Creative Commons Thailand โอเพ่นออนไลน์ GlobalVoices Advocacy

คิโนะคูนิยะ & สนพ.ชายขอบ ขอเชิญร่วมงาน “ชายขอบชวนเที่ยว” เสาร์ 11 ก.ค.

ชายขอบชวนเที่ยว

ปก “มกรา ‘52″ โดย ตุล อพาร์ตเม้นต์คุณป้า เปิดตัวและมีขายในงาน หนา 84 หน้า ราคา 60 บาท

มกรา '52

Popularity: 1% [?]

พิพิธภัณฑ์ไทยในดวงใจ (2): พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย ภูเก็ต

[เพิ่งกลับจากไปล่องใต้ 6 วัน (ดูรูปทั้งหมดได้ที่ Flickr collection นี้) อยากเขียนเรื่อง ‘ไม่หนัก’ สลับฉากกับเรื่องที่ต้องเขียนเป็นประจำบ้าง ในบทความนี้สามารถคลิ้กที่รูปเพื่อดูขนาดขยาย ดูรูปพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยทั้งหมดของผู้เขียนได้ที่ Flickr set หน้านี้; อ่านตอนแรกของเรื่อง “พิพิธภัณฑ์ไทยในดวงใจ” ได้จากหน้านี้ของบล็อก (เขียนไว้นานแล้ว ต้องหาเวลาไปใหม่)]

เวลาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เกณฑ์ส่วนตัวง่ายๆ ข้อหนึ่งที่ผู้เขียนใช้วัดระดับ ‘คุณภาพ’ ของพิพิธภัณฑ์ คือ ‘ความสนุก’ ที่รู้สึกเวลาเดินชม และ ‘ความรู้’ ใหม่ๆ ที่ได้รับหลังจากเดินออกมาแล้ว

เป็นความรู้ชนิดที่ไม่รู้สึกว่าหนักหัวหรือไร้ค่า เพราะได้เรียนรู้มาด้วยความสนุก

ถ้าคำกล่าวที่ว่า “อะไรก็ตามที่ทำด้วยใจรัก คนดูย่อมรู้สึกได้ถึงความรักของคนทำ” เป็นจริง พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยที่ภูเก็ต ก็เป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผู้เขียนรู้จัก

พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย

พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยตั้งอยู่ริมถนนวิเศษ ไม่ไกลจากหาดราไวย์ ตอนจ่ายค่าเข้าชมคนละ 100 บาท (200 บาทสำหรับชาวต่างชาติ) ผู้เขียนก็นึกในใจว่าแพง แต่หลังจากที่ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่ง ออกมาแล้วก็รู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะรู้สึกเหมือนกับได้หลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่งที่ให้ทั้งความรู้ ความสนุก และความประทับใจจนลืมเวลา

นิทรรศการทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงในห้องใหญ่ห้องเดียวในชั้นใต้ดิน ชั้นบนเป็นร้านขายของที่ระลึก เดินเข้าไปเพียงก้าวแรกก็สัมผัสได้ถึงความรักแบบนักสะสม และความกระตือรือร้นที่อยากถ่ายทอดความหลงใหลในเปลือกหอยให้คนทั่วไปได้รับรู้ในเนื้อที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

แนะนำ HOME - สุดยอดหนังสารคดีโดย Yann Arthus-Bertrand

แวะมาแนะนำสุดยอดหนังสารคดีเรื่อง HOME โดย Yann Arthus-Bertrand ค่ะ ดูฉบับเต็ม (93 นาที) ได้จาก YouTube (มีซับไตเติ้ล) (มันไม่ให้ embed ในประเทศไทย) แต่ขอแนะนำให้ไปดูในโรงใหญ่ ตอนนี้ฉายอยู่ที่ลิโด้

หนังเรื่องนี้ภาพสวยกว่า Planet Earth อีก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ใครก็ตามที่ดูจบแล้วจะเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และความเร่งด่วนของปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าเดิมมาก ขอปรบมือดังๆ ให้กับทีมผู้สร้าง และ PPR Group ที่สปอนเซอร์ให้ทุกคนดูหนังเรื่องนี้ฟรีได้ สมควรโหลดบิตมาเก็บไว้และไรท์แผ่นแจกเพื่อนๆ เป็นอย่างยิ่ง

ตัวอย่างภาพสวยๆ จากในหนัง

Popularity: 1% [?]

[UPDATE 23/6] “นิราศยุโรป” เสร็จแล้ว | งานเสวนาเกี่ยวกับการอ่าน การเขียน เสาร์ 20 มิ.ย.

แวะมาโฆษณาหนังสือเล่มใหม่ของเจ้าของบล็อก(อีกแล้ว)ค่ะ อันที่จริงเนื้อหาในเล่มนี้ไม่ใช่ของใหม่ ผู้เขียนเอานิราศที่เคยเขียนลงนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม เมื่อ 12 ปีก่อน (นานมากแล้ว รู้สึกเหมือนใช้แรงงานเด็กยังไงพิกล) มาปัดฝุ่นปรับปรุงเล็กน้อย หารูปประกอบจาก Wikimedia Commons แล้วพิมพ์ใหม่ เนื่องจากตอนนี้มีสำนักพิมพ์(เล็กจิ๋ว)เป็นของตัวเองแล้ว ชื่อสำนักพิมพ์ชายขอบ (มีจุดยืนชัดเจนว่าจะพิมพ์แต่ร้อยกรองเท่านั้น ก่อนหน้านี้ออกหนังสือไปแล้วสองเล่ม และกระแดะวิ่งไปเปิดตัวสำนักพิมพ์ครั้งแรกถึงเชียงใหม่ แต่คนแทบไม่เคยรู้ เพราะคนทำผลิตของเป็นอย่างเดียว ขายของไม่เป็น ตอนนี้กำลัง(ถูกสถานการณ์บังคับให้)เรียนรู้อย่างช้าๆ :P )

“นิราศยุโรป” เล่มนี้มีรูปประกอบสี่สีทั้งเล่ม หนา 168 หน้า ราคา 165 บาท ซีเอ็ดจัดจำหน่าย ซื้อได้จากร้านซีเอ็ดออนไลน์ และตามร้านหนังสือทั่วไปค่ะ

นิราศยุโรป

ไหนๆ ก็เขียนโพสโฆษณาแล้ว ขอโฆษณางานเสวนาต่ออีก 2 งาน วันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ เกี่ยวกับการอ่านและการเขียนทั้งคู่ คือ เสวนา “อำนาจนักอ่าน: หรือเป็นเพียงอุดมคติของนักฝัน?” เวลา 14.00-16.00 น. ที่สวนเงินมีมา ถ.เจริญนคร และ งานเปิดตัวหนังสือวิชาสุดท้ายเล่ม 2 ด้วยการเสวนาในหัวข้อ “การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ” เวลา 18.00-19.00 น. ที่ People Space Gallery ท่านใดสนใจขอเชิญทั้งสองงานนะคะ :D

คำนำไม่สัมผัส สำหรับนิราศยุโรป

โดยส่วนตัวแล้วผมไม่คิดว่าการเขียน โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน หรือที่คนไทยสมัยก่อนเรียกรวมๆ กันว่า กลอน เป็นเรื่องยาก เพราะในชีวิตประจำวันของเราก็มักจะได้ยิน ได้ฟัง ถ้อยคำสัมผัสกันตามวาระแห่งชาติทั้งหลายเป็นประจำอยู่แล้ว การสรรเสริญเยินยอผู้มีอำนาจด้วยคำสัมผัสดูจะเป็นศิลปะที่คนไทยเชี่ยวชาญ แม้แต่หมอนวดชราแห่งวัดสวนแก้ว เมืองนนทบุรี เมื่อเพลิดเพลินกับการจับเส้นยังร่ายกลอนสดออกมาให้ฟังว่า “ดอกพะยอมหอมหวนในสวนแก้ว…” (น่าเสียดายที่ผมจำท่อนต่อไปไม่ได้เสียแล้ว) กลอนจึงน่าจะเป็นอะไรที่อยู่กับของคนไทยมานาน ทั้งในเพลงพื้นบ้าน พวกเพลงเกี่ยวข้าว เพลงลำตัด เพลงอีแซว ไปจนถึงเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง แม้แต่เพลงลูกทุ่งยุคใหม่ที่ใส่ท่อนแร็ปเข้าไปด้วย
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

การให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบ / การเงินที่ยั่งยืน

ยังยุ่งมาก(เหมือนเดิม) มาแปะสไลด์ที่ใช้ในงานเสวนาวันนี้ เรื่อง “การใช้และให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบเพื่อการเติบโตแบบยั่งยืน” จัดโดย บมจ. อยุธยา แคปิตอล ออโต้ ลีส, สถาบัน ChangeFusion และสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผื่อใครจะสนใจค่ะ :) ดาวน์โหลดหรือฟังไฟล์เสียงประกอบการบรรยายได้ที่นี่ (8MB) และดาวน์โหลดสไลด์ด้านล่าง ในรูป PDF หรือ Powerpoint ได้จากหน้า Writings ของบล็อกนี้ค่ะ

Popularity: 1% [?]

หนังสือ “U.S. Crisis: วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา” ออกแล้ว

มาคั่นโฆษณาหนังสือใหม่ค่ะ เพิ่งออกจากโรงพิมพ์สดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เอง เล่มนี้เรียบเรียงบทบรรยายเรื่องวิกฤตซับไพรม์ที่ไปพูดให้นักศึกษาปีหนึ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ดังนั้นเนื้อหาน่าจะเข้าใจง่ายสำหรับคนที่ไม่มีพื้นการเงินหรือเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะบทบรรยายของ ดร.กอบศักดิ์ เพราะแกยกตัวอย่างเปรียบเทียบเปรียบเปรยได้เก่งมาก นอกจากนี้ยังมีบทเรียบเรียงเรื่อง “เศรษฐกิจการเมืองยุคโอบามา: การเมืองใหม่ เศรษฐกิจใหม่” ของอเมริกา โดย ปกป้อง จันวิทย์ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. :)

คลิ้กที่รูปเพื่อไปซื้อได้ที่ร้านหนังสือออนไลน์ของโอเพ่นบุ๊คส์ค่ะ เล่มนี้ราคาปก 110 บาท น่าจะซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้

U.S.CRISIS

Popularity: 1% [?]

เว็บมาสเตอร์กับการกระทำผิดบนเน็ต : ความซับซ้อน และบทเรียนจากกรณีคลิปหลุด “เฉินกวนซี”

[บทความชิ้นนี้เขียนกับจือในนามเครือข่ายพลเมืองเน็ต ท่านใดสนใจจะนำไปเผยแพร่ต่อ ขอแนะนำเวอร์ชั่น PDF (อ่านง่ายกว่า) ของบทความเดียวกันนี้ค่ะ]

เว็บมาสเตอร์กับการกระทำผิดบนเน็ต : ความซับซ้อน และบทเรียนจากกรณีคลิปหลุด “เฉินกวนซี”
โดย สฤณี อาชวานันทกุล และ กอปรทิพย์ อัจฉริยโสภณ

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพยิ่งในการเสริมสร้างกระแสประชาธิปไตยและกระตุ้นความสนใจในการอภิปรายประเด็นสาธารณะ โดยเฉพาะท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่กดดันให้คน “เลือกข้าง” และสื่อกระแสหลักส่วนใหญ่และสื่อกระแสรองบางรายเลือกทำข่าวอย่างมีอคติ บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือรายงานความจริงเพียงครึ่งเดียว

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่อินเทอร์เน็ตจะได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ กระดานสนทนาหรือ “เว็บบอร์ด” หลายแห่งที่เปิดให้คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกันอย่างเสรีกลายเป็น “สื่อทางเลือก” ที่ทรงพลังในการสืบค้นข้อเท็จจริง แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย และอภิปรายประเด็นสาธารณะ ในเมื่อเว็บบอร์ดหลายแห่งกลายเป็นสื่อของประชาชนในแง่นี้ไปแล้วโดยปริยาย สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่แสดงออกในอินเทอร์เน็ตจึงสมควรได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมจากรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐจะอ้างเหตุผล เช่น “ความมั่นคงของชาติ” หรือ “ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง” ในการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยว่ากระทำผิดบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในทางที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้เน็ตคนอื่นๆ เช่น ด้วยการปิดกั้นเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ด เจ้าหน้าที่ก็ควรจะกระทำการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และใส่ใจกับ “วิธีการ” ที่จะนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดตัวจริง โดยไม่ตั้ง “ธง” ไว้ล่วงหน้าว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) เว็บมาสเตอร์ หรือผู้ดูแลเว็บบอร์ดมีเจตนาที่จะยินยอม จงใจ หรือสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดบนเน็ต โดยเฉพาะในฐานความผิดที่ยังมีความคลุมเครือไม่ชัดเจนต่อคนทั่วไปว่า จะต้องมีเนื้อหาอย่างไรและมีขอบเขตแค่ไหนจึงจะถือว่า “ผิดกฎหมาย” เพราะการตีความของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน อาทิเช่น ข้อหาหมิ่นประมาท และข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ถูกนำมาใช้อย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ต ที่รัฐไทยยังไม่เข้าใจธรรมชาติที่เป็นจริง
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

เครือข่ายพลเมืองเน็ตขอเชิญร่วม workshop เรื่อง “สื่อพลเมือง”

โพสกิจกรรมนี้ในหน้า Calendar แล้ว แต่คิดว่าน่าจะโพสในบล็อกด้วย เพราะจะปิดรับสมัครรอบแรกภายในวันที่ 8 มิถุนายน (พรุ่งนี้) แล้วค่ะ :)

เครือข่ายพลเมืองเน็ต ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการบรรยายและการอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ

“สื่อพลเมือง”

โดย ซูซานน์ แม็คไบรด์ (Suzanne McBride) รองคณบดีคณะวารสารศาสตร์ วิทยาลัยโคลัมเบีย ณ เมืองชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา

ในวันที่ 17 มิถุนายน 2552 เวลา 09.00 น. - 16.00 น.

ณ ห้องรัตนโกสินทร์ โรงแรมสยามซิตี้ [แผนที่]

โดยมีเนื้อหาดังนี้

* หลักการของความเป็นสื่อพลเมือง
* เครืองมือในการสร้างสรรค์ของนักข่าวพลเมือง
* จริยธรรมและความรับผิดชอบของสื่อพลเมือง
* ความเสี่ยงทางกฏหมายในการเขียนบล็อก และความเสี่ยงของบล็อกเก้อร์
* องค์ความรู้ว่าด้วยเรื่องสื่อที่เกิดขึ้นใหม่
* การจัดการดูแล และการสร้างชุมชนออนไลน์ให้เติบโต
* หัวข้อที่น่าสนใจอื่น ๆ

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรและการอบมรมจากฝ่ายข้อมูลข่าวสาร สาธารณะของสถานฑูตประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีที่นั่งจำกัด จำนวน 35 ที่นั่ง เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมล่วงหน้าเท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ท่านที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ freethainetizen AT gmail.com

เครือข่ายพลเมืองเน็ตจะปิดรับการแจ้งการลงทะเบียนรอบแรก ภายในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หมายเหตุ: การบรรยายจะดำเนินเป็นภาษาอังกฤษ โดยจะมีล่ามแปลเป็นภาษาไทยตลอดการอบรม

—–

Thai Netizen Network would like to invite you to a workshop on

“Civil Journalism”

conducted by Suzanne McBride, Associate Chair, Journalism Department, Columbia College Chicago, The United States

on 17 June 2009, 09.00 - 16.00,

at Rattanakosin Room, Siam City Hotel. [Map]

The workshop consists of the following topics:

* Principles of Citizen Journalism
* Tools for Citizen Journalists
* Ethics and Responsibilities for Citizen Journalists
* Legal Risks to Blogging
* Insight into Emerging Media
* Managing and Growing Communities Online

This workshop is organized by the contribution from Public Affairs, U.S. Embassy in Thailand. It is free of charge.

The workshop is limited for only 35 seats and Thai Netizen Network will be open to registration from now on until 8 June 2009.

Please send a registration e-mail to freethainetizen AT gmail.com.

Popularity: 1% [?]

ประสาทโสมนัส โดย แรคำ ประโดยคำ

เพิ่งอ่านเจอบทกวีบทนี้ ชอบมากจนอยากลอกมาเก็บไว้ในบล็อก :)

ประสาทโสมนัส
แรคำ ประโดยคำ

หลากเส้นตรงหน้าลายตานัก
นำชักตาให้ไล่ตามเส้น
กวาดตามองเรื่อยไปใจเย็นเย็น
ย่อมเห็นย่อมรู้อยู่แก่ตา
หลากชื่อตรงหน้าลายตาด้วย
ชื่อช่วยเสริมเส้นให้เพ็ญค่า
ไล่ชื่อเรื่อยไปใจปรีดา
รู้ชื่อนานาสารพัน
หลากสีตรงหน้าลายตาเหลือ
ชวนเชื่อตามสีที่เสกสรร
ดูสีเรื่อยไปใจเคลิ้มครัน
ย่อมฝันบันดาลหวานคำนึง
จึงภาพตรงหน้าพร่าเลือนสภาพ
ใจอาบอมฤตเสียนิดหนึ่ง
แล้วลอยด้นดั้นไม่พรั่นพรึง
จนถึงดินแดนแม้นฝันประทาน
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

เศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก | อ.ประมวล เพ็งจันทร์ | สุชนสโมสร | ถึงแจกฟรีก็กำไรดีได้

ยังยุ่งมาก (เหมือนเดิม …จริงๆ น่าจะหาวิธีเขียนแบบอื่นได้แล้ว เพราะคนอ่านคงเบื่อแล้ว ;( ) แวะมาแบ่งปันไฟล์เสียงและสไลด์งานสัมมนาที่ได้มีโอกาสไปร่วม ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ –

1. ปาฐกถา “60 ปี เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์” ครั้งที่ 5 เรื่อง “เศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก” โดย รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ วันที่ 25 พฤษภาคม 2552: ไฟล์เสียงปาฐกถา (63MB, WMA), และไฟล์เรื่องสั้น เศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก โดย อาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่อาจารย์ชูศักดิ์วิจารณ์ในงาน

เรื่องสั้นเรื่องนี้สนุกดีและผู้เขียนคิดว่าแสดงให้เห็นข้อจำกัดของกรอบคิดแบบเศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิกได้ดี คือถ้าเราคิดว่ามนุษย์เป็นแค่ “สัตว์เศรษฐกิจ” ก็จะไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องนี้ได้

2. งานเสวนา สุชนสโมสร ตอน ทางออกประเทศไทย จัดโดย นสพ.ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ กิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด, ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยพาณิชย์, มาโนช พุฒตาล นักจัดรายการวิทยุ และ สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการโดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา: ไฟล์เสียงตอนที่ 1 (41MB, MP3), และ ไฟล์เสียงตอนที่ 2 (33MB, MP3)

ขอขอบคุณพี่หงษ์แห่งช่างคุยดอทคอม ที่ไปอัดเทปและอัพโหลดขึ้นโอเพ่นออนไลน์ ที่จริงประชาชาติเอางานนี้ไปถอดเทปและเรียบเรียงเป็นข่าวไปแล้วสองตอน แต่ไม่ยอมลงเรื่องเร้าใจต่างๆ อย่างตอนที่ผู้เขียนพูดเรื่องคอร์รัปชั่น ขอแนะนำให้ฟังไฟล์เสียงแทนอ่านข่าวเพราะสนุกกว่ามาก โดยเฉพาะช่วงของพี่ซัน มาโนช ;)

3. อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ พูดถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ในหัวข้อ “คิดถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ คิดถึงสวรรค์แห่งชีวิต” เป็นส่วนหนึ่งของงาน พฤษภาอาลัย ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่ People Space Gallery แพร่งภูธร: ไฟล์เสียง อจ.ประมวล (32MB, WAV)

เป็นงานหนึ่งที่ผู้เขียนตั้งใจจะไปแต่ไม่ได้ไป เพราะปั่นต้นฉบับไม่เสร็จ โชคดีที่ทางแกลอรี่อัดเสียงไว้ให้ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ (คิดว่าน่าเสียดายถ้าใครไม่ฟัง)

4. สไลด์ประกอบการบรรยายเรื่อง “ถึงแจกฟรีก็กำไรดีได้: ตัวอย่างโมเดลธุรกิจที่ใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์” นำเสนอในงานเสวนาหัวข้อ “โอกาสของการแบ่งปันทรัพย์สินทางปัญญา” ม.ศรีปทุม, SM Tower, 21 พฤษภาคม 2552:

Popularity: 2% [?]

กลไกการกำกับดูแลกันเองบนอินเทอร์เน็ต + กฎหลักมารยาทเน็ต

วันก่อนไปเสวนาเรื่อง “กติกาพลเมืองชาวเน็ต” มา ในนามเครือข่ายพลเมืองเน็ต ดู+ดาวน์โหลดสไลด์ที่ใช้ได้ที่นี่ค่ะ อีกสักพักเครือข่ายฯ คงจะเริ่มรณรงค์เรื่องนี้กับเจ้าของเว็บโดยตรง

ประเด็นหลักๆ เรื่องนี้ (ความเห็นส่วนตัว):

  • กฎหมายเป็นเครื่องมือที่ “ทื่อ” และ “หยาบ” เกินกว่าที่จะใช้กำกับดูแลการแสดงออกในอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ลิดรอนสิทธิในการแสดงออกของคน (ไม่นับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์หรือ cybercrime ซึ่งรัฐควรปรามปรามอยู่แล้ว)
  • ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรมีใครมองอินเทอร์เน็ตว่าเป็น “ของฟร๊” หรือ “โลกเสรีสุดขั้ว” ที่จะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครว่า คุณภาพของสังคมเน็ตก็เหมือนกับคุณภาพของสังคมนอกเน็ต คือจะ “ดี” และมี “วุฒิภาวะ” ได้ก็ด้วยการสร้าง “วัฒนธรรม” ที่ดี คือให้สมาชิกปฏิบัติตามมารยาทสังคมขั้นต่ำ
  • “มารยาทเน็ต” (netiquette) จำเป็นต่อการสร้างสังคมดังกล่าว ที่น่าสนใจคือเรื่องมารยาทเน็ตนี้มี “มาตรฐานสากล” ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วระดับหนึ่งว่า ควรเป็นมารยาท “ขั้นต่ำ” ที่พลเมืองเน็ตใช้ในการเข้าสังคมเน็ต ไม่ว่าจะมาจากวัฒนธรรมอะไร
  • ถ้าอยากให้คนใช้เน็ตมีมารยาทเน็ต อยากสร้าง “วัฒนธรรมที่ดี” ของชุมชนเน็ต เจ้าของเว็บหรือเจ้าของเว็บบอร์ดก็ควรมีการบังคับใช้มารยาทเป็น “กฏกติกา” ของสังคม อย่างโปร่งใสและไม่เลือกปฏิบัติ เช่น มีมาตรการแบน user ที่มาก่อ “สงครามเกรียน” ซ้ำซาก, ไม่ลบกระทู้ใดๆ ยกเว้นกระทู้ที่มีเนื้อหาขัดต่อกฏกติกาที่ประกาศอย่างชัดเจน ฯลฯ
  • เว็บบอร์ดที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศว่าเป็น “สังคมที่ดี” ที่คนอยากมีส่วนร่วม ล้วนแต่มีการบังคับใช้กฎกติกาที่สะท้อนมารยาทเน็ตทั้งสิ้น

เอกสารประกอบ:

  1. กฏหลักของมารยาทเน็ต (โดยความช่วยเหลือของ กอปรทิพย์ อัจฉริยโสภณ) แปลจาก The Core Rules of Netiquette by Virginia Shea
  2. สไลด์ด้านบน: PDF format [0.3MB], Powerpoint format [1MB]

Popularity: 2% [?]

วัฒนธรรมกระแดะ

วัฒนธรรมกระแดะ
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
มติชนสุดสัปดาห์, 20-26 มีนาคม 2552

เขาว่ากันว่า คนกลุ่มเดียวที่ไม่พอใจสถานภาพของตัวที่สุดคือคนชั้นกลาง ในขณะที่คนชั้นสูงพอใจที่เป็นคนชั้นสูงและอยากให้ลูกหลานได้เป็นคนชั้นสูง ชั่วฟ้าดินสลาย ชาวนาไม่รู้หรือไม่สามารถเป็นอะไรอื่นได้ ก็ต้องรักษาความเป็นชาวนาของตัวไว้ และต้องส่งต่อให้ลูกหลานอย่างไม่มีทางเลือก

แต่คนชั้นกลางอยากไต่เต้าให้สูงขึ้นไป จนกลายเป็นคนชั้นสูง พวกเขาจึงเป็นคนกลุ่มเดียวที่ไม่อยากเป็นอย่างที่เขาเป็น ด้วยเหตุดังนั้นวัฒนธรรมของคนชั้นกลางในทุกสังคมจึงเป็นวัฒนธรรมกระแดะเสมอ

กระแดะเป็นอะไรที่ตัวไม่ได้เป็น กระแดะใช้ชีวิตที่ไม่เข้ากับชีวิตจริงของตัว… ขอยกตัวอย่างสักเรื่อง

เมื่อผมเป็นเด็ก บ้านคนชั้นกลางสมัยนั้นทุกหลังจะต้องมีห้องอยู่ห้องหนึ่ง เรียกว่า “ห้องรับแขก” ตกแต่งประดับประดาไว้เป็นอย่างดี แต่ชั่วนาตาปีแทบไม่เคยเปิดใช้เลย เพราะกว่าจะมีแขกที่ต้องเชิญไปนั่งเอี้ยมเฟี้ยมขนาดนั้นสักทีก็ไม่ได้เกิดบ่อยๆ

แขกที่แท้จริง คือคนคุ้นเคยซึ่งเข้านอกออกในได้ตามสบาย และมักรับกันที่ระเบียงไปจนถึงก้นครัว แถมบางคนยังขอหมอนมานอนยืดหลังบนพื้นให้สบายตัวเสียอีก เพราะนี่คือชีวิตจริงของความสัมพันธ์ทางสังคมที่คนชั้นกลางรุ่นนั้นเคยชิน

“ห้องรับแขก” จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกระแดะ

ปัจจุบัน “ห้องรับแขก” แบบนั้นหายไปจากบ้านคนชั้นกลางส่วนใหญ่แล้ว เพราะเปลี่ยนเป็น “ห้องนั่งเล่น” ซึ่งใช้รับแขกได้ด้วย แต่ใช่ว่าวัฒนธรรมกระแดะจะหายไปจากคนชั้นกลาง ไม่กระแดะเรื่องนี้ก็ไปกระแดะเรื่องโน้นแทน
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

ศรัทธาในแสงแดด ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่ พุทธปรัชญาที่แท้ และวัฒนธรรมยุคดิจิตอล

ยังยุ่งเกินกว่าที่จะมาโพสยาวๆ ในบล็อก ขออภัยทุกท่านด้วยค่ะ แต่อยากแบ่งปันไฟล์เสียงจากงานสัมมนาที่ได้ไปฟังเมื่อไม่นานมานี้ และพรีเซนต์ที่ดีมากๆ ของ ลอว์เรนซ์ เลสสิก เรื่อง “Getting the Network the World Needs” ไว้ในโพสเดียวกัน (อ้อ หนังสือเล่มล่าสุดของเลสสิกเรื่อง Remix ที่เคยเขียนรีวิวลง D-Life เมื่อสองเดือนก่อน ตอนนี้ให้ดาวน์โหลดทั้งเล่มไปอ่านฟรีแล้ว :) )

เพราะโลกเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีดิจิตอล มี “จุดเชื่อม” หลายจุดที่น่าสนใจและหนุนเสริมซึ่งกันและกันให้ก้าวไปข้างหน้าได้ แต่เนื่องจากคนทำงานด้านศิลปะ คนทำงานด้านศาสนา กับคนทำงานด้านเทคโนโลยีในบ้านเราส่วนใหญ่ยังทำงานแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่รู้จักและไม่คุยกับคนต่างโลก หลายคนจึงมองไม่เห็นจุดเชื่อมที่สร้าง “สะพาน” ระหว่างกันได้ และเป็นช่องทางที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เอาส่วนดีของโลกต่างๆ มาพัฒนาโลกของตัวเองในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

เชื่อว่าถ้าเราทุกคนเปิดใจให้กว้างพอและพยายามเรียนรู้มุมมองของคนที่ทำงานในโลกที่ดูเผินๆ เหมือนจะขัดแย้งกับเรา เราก็น่าจะมองเห็นจุดเชื่อม และเข้าใจว่าศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมโดยรวมนั้นจะอยู่รอดและแม้กระทั่ง ‘ก้าวหน้า’ ในศตวรรษที่ 21 และศตวรรษต่อๆ ไปได้อย่างไร

จะได้นำคุณค่าจากอดีตกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่ต้องละทิ้งวิถีชีวิตแห่งอนาคต

(คำว่า “ศรัทธาในแสงแดด” ในชื่อโพสตอนนี้เป็นวาทะของคุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่พี่หนึ่ง วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เล่าให้ฟังในงานเปิดตัวนิทรรศการภาพถ่ายฝีมือคุณ ’รงค์ เมื่อวานนี้ ผู้เขียนชอบมาก ขอหยิบมาใช้ด้วยความเคารพ)

ศรัทธาในแสงแดด

ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่

พุทธปรัชญาที่แท้

วัฒนธรรมยุคดิจิตอล

Popularity: 3% [?]

EDITED 17/4: Some thoughts on Thailand’s political conflict and foreign press behavior

[EDIT#2 17/4/09: added The Economist to the ranks of foreign press that egregiously relies on stereotypes. How could I forget them? Their latest article titled “The trouble with Thailand’s king” continues The Economist’s biased and irresponsible trend of painting “elites+royalists+middle class vs. poor” picture, making absolutely no mention of Thaksin’s corruptions and thereby making members of the junta look like ultra-royalist dunces who staged the coup only to wring power back from Thaksin into the hands of “old elites” without bothering with any legitimacy. Even if we accept that every coup is illegitimate by its very nature, it doesn’t mean those who commit them have no sensible reason. It’s time for The Economist to wake up and start differentiating between different factions and between proximate and ultimate causes, or else admit that they want to have a hand in guiding Thailand toward so-called “modernity.”]

[EDIT 16/4/09 since some people asked: In my humble opinion, two of the best articles in English about the current situation are Thailand’s royal sub-plot by Andrew Walker and Nicholas Farrelly, co-founders of New Mandala, and No winners in Thailand’s crisis by the BBC’s Jonathan Head.]

I am writing this post in English for the sake of my foreigner friends who have been asking a lot of questions about what’s going on in Thailand. This is not meant to be a comprehensive article or anything; it’s just a collection of points I made in various e-mails. Perhaps I’ll return to it some day to make a relatively long and halfway intelligible article.

I’m saying all this as a caveat emptor and an advance warning to anyone who wants to post questions, comments or critiques after reading this post. I really don’t have the time right now to give a full backstory, elaborate on anything, or respond to readers’ comments. I’d like to apologize for that in advance; I know this is bad netiquette but when I am busy, I tend to be very busy. Thai politics is so complicated and murky (i.e. information branded as “rumors” or discussed only in whispers are often much more important than publicized “facts”) that it tends to raise more questions than answers, particularly to anyone who isn’t familiar with the labyrinthine world of Thai politics.

So, here are some of my 2 satangs:
Read the rest of this entry »

Popularity: 3% [?]

Coming soon: 12TailsOnline

Just wanted to use this space briefly to advertise (promote? plead people into playing the demo? :P ) my little brother’s new online game: 12TailsOnline. More info will be posted on his company’s website very soon :)

Thai trailer:

English trailer:

Popularity: 3% [?]