ลาก่อนปีม้า ปีนี้ว่าวุ่นวายแล้ว ปีหน้าน่าจะอลวนอลเวงเอวังยิ่งกว่าเดิม ปลายปีก่อนเขียนบล็อกไว้ว่า "การ “ปฏิรูป” ซึ่ง “จุดติด” ในกระแสต่อต้านคอร์รัปชั่น จะเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมได้เพียงใด ส่วนหนึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับว่า คนในสังคมอดทนอดกลั้น สายตายาวมากกว่าสายตาสั้นได้มากน้อยเพียงใด" แต่มาวันนี้ก็เห็นแล้วว่าคนในสังคมจำนวนมากนอกจากจะไม่อดทนอดกลั้นแล้ว ยังใจเร็วด่วนได้ มักง่าย สายตาสั้น และไม่เรียนรู้บทเรียนจากประวัติศาสตร์อย่างเพียงพอ ถึงขั้นสนับสนุนการรัฐประหารและสนับสนุนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป แม้ว่าหลังจากผ่านมาเกือบครึ่งปี ทุกคนก็ควรจะเห็นแล้วว่าการปกครองโดยทหารนั้นล้าหลังและไม่อาจช่วยแก้ปัญหาของสังคมไทยสมัยใหม่ได้เพียงใด ถ้ายังไม่เห็นอาจเป็นเพราะยังปล่อยให้ความเกลียดกลัวทักษิณบังตาอยู่

สถานการณ์ของผู้เขียนในปี 2014 คล้ายกันกับปีก่อนๆ คือ งานบางอย่างทำสำเร็จ บางอย่างก็ทำไม่สำเร็จ แต่งานที่ไม่สำเร็จบางชิ้นคงไม่มีโอกาสจะทำให้สำเร็จ นอกจากจะสับหลีกงานอื่นๆ เพื่อเจียดเวลามาทำให้ได้ T_T แต่ปีนี้ต้องให้เวลากับการ "บริหาร" บริษัทใหม่ที่ตั้งกับเพื่อนๆ และลูกน้องทีมงานมากขึ้น

สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ทำในปีนี้แต่ดันได้ทำ เพราะกินเวลามากกว่าที่คิดไว้มากๆ จนเกือบจะเป็น "งาน" อีกอย่าง คือ การได้โพสความเห็นและถกเถียงกับผู้คนบนเพจเฟซบุ๊กของตัวเองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐประหาร 22 พฤษภาคม เป็นต้นมา ตั้งแต่เย็นวันรัฐประหารที่ขึ้นป้าย "ไม่เอารัฐประหาร" เป็น cover photo ในเฟซบุ๊ก (และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปลดป้ายนี้ลงจนกว่าประเทศไทยจะกลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง) 

คิดว่าการประกาศจุดยืนต่อรัฐประหารอย่างชัดเจนเช่นนี้ย่อม "เรียกแขก" ทั้งคนชอบและคนชัง ซึ่งเจ้าของเพจก็ไม่ว่าอะไร เพราะปกติก็ชอบถกเถียงกับคนที่คิดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว รวมถึงไม่คิดอะไรกับคนที่มาด่าเสียๆ หายๆ แต่ประเด็นที่น่าเสียดายคือ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเพจนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่มาหาว่าเป็น "ขี้ข้าทักษิณ" ไม่รู้จักเจ้าของเพจมาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประกอบอาชีพอะไร เวลาโพสลิงก์อะไรก็ไม่คลิ้กเข้าไปอ่าน ทั้งที่แค่มาอ่านบล็อกนี้ เสิร์ชหาว่าเคยเขียนถึงทักษิณไว้อย่างไรบ้าง ก็จะถึงบางอ้อได้ไม่ยากว่า เจ้าของเพจวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณโดยเฉพาะเรื่องซุกหุ้นมาก่อนหน้า กปปส. เป็นไหนๆ :)

ข้อดีของการถกเถียงเรื่องรัฐประหารบนเฟซบุ๊กสำหรับเจ้าของเพจ/เจ้าของบล็อก คือ ทำให้รับรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร (ซึ่งก็มีหลากหลายมาก) และทำให้ได้ออกหนังสือเกี่ยวกับ "ตรรกะวิบัติ" หนึ่งเล่ม :p

งานที่ได้ทำในปีนี้ --

  • จัดการงานวิจัยในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย และกรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด บริษัท "ปลูกธุรกิจที่ยั่งยืน” แห่งแรกของไทย จบไป 5 โครงการ  ในจำนวนนี้สองโครงการเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว (ห่วงโซ่อุปทานปลาป่นในสงขลา และกรณีศึกษา "ธุรกิจสีเขียว" สี่บริษัท) อีกสองโครงการทำให้กับองค์กรธุรกิจ อีกหนึ่งโครงการจะเผยแพร่ในปี 2015
  • อยู่ระหว่างการดำเนินงานวิจัยในนามป่าสาละอีก 2 โครงการ กำหนดการแล้วเสร็จคือ มีนาคม 2015 และ กุมภาพันธ์ 2016 ตามลำดับ
  • ร่วมสอนในคอร์สอบรมของป่าสาละ รวม 7 ครั้ง ทั้งที่เปิดต่อสาธารณะและสอนในองค์กรธุรกิจ
  • จัดเตรียมต้นฉบับสำหรับหนังสือ 6 เล่ม ตีพิมพ์เป็นหนังสือไปแล้ว 4 เล่ม (เขียน 2 แปล 1 รวมเล่มกับนักวิจัยคนอื่นอีก 1 เล่ม) และอีบุ๊กอีก 1 เล่ม ต้นฉบับที่เหลือ 1 เล่ม ยกยอดไปปี 2015
  • เขียนคอลัมน์และบทความต่างๆ รวม 80 กว่าชิ้น
  • มีส่วนร่วมในการช่วยงานของเครือข่ายพลเมืองเน็ต และกลุ่มอื่นที่ทำงานในประเด็นสิทธิเสรีภาพและความเป็นส่วนตัวในเน็ต มากกว่าปีที่แล้ว (แต่ยังไม่มากเท่าที่ควรเมื่อดูสถานการณ์ในไทย)
  • ริเริ่มโครงการและช่วยทีมไทยพับลิก้าเปิดตัวเว็บ จับเท็จดอทคอม โครงการ data journalism โครงการแรกของแวดวงสื่อไทย (ใครมีอะไรติชมหรือแนะนำ เชิญที่ เฟซบุ๊กจับเท็จ

งานที่อยากทำแต่ยังทำไม่สำเร็จ --

  • เขียนตำราเรื่อง “ธุรกิจกับสังคม” (แต่จะเริ่มเขียนคอลัมน์ลงเว็บไซต์ ป่าสาละ ไปก่อน)
  • เริ่มพัฒนาหลักสูตรการเงินชุมชน (แต่ปีหน้าน่าจะมีโอกาสแล้ว) 

โอกาสนี้ขออวยพรปีใหม่แด่ผู้อ่านทุกท่านค่ะ 'พบ' กันใหม่ปีแพะ :)

ภาพด้านล่างคือ ทีมป่าสาละ ณ ธันวาคม 2014 -- ถ้าไม่มีทีมนี้ งานเกินครึ่งที่ทำสำเร็จในปีนี้จะไม่มีทางสำเร็จ :)

ทีมงานป่าสาละ

Related content