สรุปบางสิ่งที่เกิดกับผู้ใช้เน็ตไทย ตลอดเจ็ดเดือนนับตั้งแต่วันที่ คสช. ยึดอำนาจไปบริหารประเทศ:

1. กระทรวงไอซีทีบล็อกเฟซบุ๊ก แล้วอ้างว่าระบบล่มเอง

2. เทเลนอร์เปิดเผยต่อผู้ใช้ว่าได้รับคำสั่งให้บล็อกเฟซบุ๊ก ถูก กสทช. ขู่ว่าจะตัดสิทธิไม่ให้ประมูล 4 จี จนต้องออกมาขอโทษ

3. ปอท. (ตำรวจเทคโนโลยี) ปลอมปุ่มปิดแท็บ (CLOSE) เป็นปุ่มล็อกอินเฟซบุ๊ก เพื่อหลอกขออีเมล์ผู้ใช้ หลังจากนั้น ปอท. ยอมรับว่าเป็นคนทำแอพ แต่อ้างว่าผู้ใช้เลือกที่จะไม่ให้ข้อมูลได้

4. ตำรวจประกาศตั้งรางวัลนำจับ 500 บาท สำหรับเบาะแสผู้ต้าน คสช. ต่อ 1 ภาพ รวมทั้งเบาะแสผู้ที่โพสต์ต้าน คสช. ในเฟซบุ๊ก

5. รมต. ไอซีทีให้ข่าวว่ากระทรวงสามารถตรวจสอบเนื้อหาที่ผู้ใช้ไลน์ส่งถึงกันได้ทั้งหมด ร้อนถึงไลน์ประเทศไทยต้องออกมาชี้แจงว่าไม่เคยเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ จากนั้น รมต. แก้เกี้ยวด้วยการอ้างว่าไม่ได้พูด

6. กระทรวงไอซีทีสั่งทดสอบ "ระบบเฝ้าติดตามสื่อออนไลน์" แก้ปัญหาอุปสรรคจากการเข้ารหัส SSL ซึ่งทำให้ตรวจสอบเนื้อหาและปิดกั้นเว็บไซต์ไม่ได้ โดยไม่เคยแจ้งให้ประชาชนรับรู้ และไม่เคยแถลงว่าใช้อำนาจตามกฎหมายอะไร (การกระทำเช่นนี้ผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฉบับปัจจุบัน)

7. ครม. เห็นชอบชุดกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งที่จริงเป็นชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัล อย่างรวบรัด หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กสทช. ไม่เคยรับรู้ ภายหลังจากที่เครือข่ายพลเมืองเน็ตเผยแพร่ร่างกฎหมายในชุดนี้ก็เกิดกระแสการต่อต้านมากมาย หลายวันต่อมา ที่ปรึกษารองนายกฯ ที่ดูแลนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลออกมาบอกว่า "เพิ่งเห็น" เนื้อกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. อ้างว่าตนกับรองนายกฯ กับอีกหลายคนก็ "ตกใจ" เหมือนกัน และจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาร่างกฎหมายชุดนี้เสียใหม่

เราจะปล่อยให้เกิดเรื่องแย่ๆ ที่ไม่แยแสในสิทธิเสรีภาพของคนใช้เน็ตไปอีกนานเท่าไร? เราจะไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐไทย ว่าจะสามารถใช้อำนาจอันมหาศาลที่ไร้กลไกตรวจสอบถ่วงดุลใดๆ อย่างถูกต้องเป็นธรรมตลอดเวลาไหม? 

ร่วมกันแสดงพลังวันนี้ ด้วยการลงนามในข้อเรียกร้อง "หยุดชุดกฎหมาย "ความมั่นคงดิจิทัล"" บน Change.org และแชร์แคมเปญนี้ต่อๆ กันไป -- เราได้ 4,300+ ชื่อภายในหนึ่งวันแล้ว มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ และจับตาดูเส้นทางของกฎหมายชุดนี้ต่อไป